A Girl at My Door (2014) อัตลักษณ์ทางเพศที่ถูกกลืนให้กลายเป็นอาชญากรรม

Doona Bae นักแสดงจากเรื่อง Cloud Atlas กับบทบาทตำรวจหญิงที่เมื่อสมัยเป็นวัยรุ่นเคยถูกทารุณกรรม ภาพยนตร์เกาหลีเรื่องแรกของผู้กำกับ Lee Chang-dong

การได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้าชิงรางวัล Palme d’Or ของ Lee Chang-dong และการได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ของ Doona Bae (ปัจจุบันได้รับความรู้จัดอย่างกว้างขวาง จากเรื่อง Cloud Atlas) และดาราวัยรุ่นอย่าง Kim Sae-ron การเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง A Girl At My Door เป็นการเล่าเรื่อง ภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกของ จูลี่ จัง (July Jung) ทำให้ได้รับการจับตามอง เนื่องจากเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิเด็ก ถือเป็นหนังเรื่องแรกที่นำแสดงโดย Kim Sae-ron หลังจากที่ได้ร่วมแสดงในเรื่อง A Brand New Life(2009) และเรื่อง The Man from Nowhere (2010)

A Girl at My Door

แต่หนังเรื่องนี้ มีชื่อเรื่องภาษาอังกฤษที่ดูไร้เดียงสา ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวชี้วัดถึงในเรื่องการวิเคราะห์น้ำเสียงและความละเอียดอ่อนในการจัดการปัญหา ซึ่ง จูลี่ จัง ต้องการใช้เรื่องราวของวัยรุ่นที่ถูกทารุณกรรม เป็นจุดเด่นในการเล่าเรื่อง เพื่อขยายไปสู่เรื่องทั้งหมด ดังนั้นผู้หญิงคนดังกล่าว อาจะเป็นเด็กผู้หญิงวัยรุ่น ที่อยู่ในเมืองเล็กๆ อย่าง Dohee (รับบทโดย Kim Sae-ron) ได้ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ และผู้กำกับต้องการที่จะใช้ฉากนี้ เป็นฉากหลังเพื่อเน้นย้ำจิดตใจของผู้ช่วยชีวิตของเธอ อย่าง Young-nam (รับบทโดย Doona Bae) ที่เพิ่งย้ายจากกรุงโซลมายังหมู่บ้านเล็กๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องเพศที่เกิดขึ้นในอดีต

ในขณะที่ จูลี่ จัง พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ประเด็นเรื่องอื้อฉาว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะสำรวจเรื่องแรงงานอพยพในเกาหลีใต้ด้วยเช่นกัน สิ่งที่ได้คือชิ้นส่วนของความความอ่อนโยนเสี้ยวเล็กๆ ที่ถูกแสดงออกมาจากตัวละคร และปัญหาที่พวกเขาต้องเผชิญทั้งหมด นำไปสู่การทำงานของ Doona Bae ภายใต้สถานการณ์ที่ใกล้คำว่าอันตราย และ Kim Sae-ron อยู่ในการเปิดตัวที่ดูเหมาะสมกับสถานะความผิดปกติในตัวละครของเธอ

A Girl at My Door ภาพยนตร์เนื้อเรื่องปานกลาง การดำเนินเรื่องที่เงียบเชียบ หมุนเวียนเข้าสู่รูปแบบของความอยุติธรรมทางสังคมหลายรูปแบบ

ฉากสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการแก้แค้น ให้กับตัวละครที่สร้างความจดจำกับการกระทำความรุนแรงให้กับตัวเอกเมื่อสมัยวัยรุ่น ทำให้องค์ประกอบของการวางอุบาย เป็นที่น่าดึงดูดความสนใจจากผู้ชมมากขึ้น ทั้งยังคงอนาคตของผู้ใหญิงในประเทศ การเข้าสู่เทศการภาพยนตร์ที่เมืองคานส์นั้น อาศัยชื่อของ Doona Bae เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของหนังเรื่องนี้ การออกรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ ในวันที่ 19 พฤษภาคมได้ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดี พร้อมกับ CJ Entertainment ของเกาหลีใต้ได้เผยแพร่ภาพยนตร์เรื่องนี้ ในประเทศด้วยเช่นเดียวกัน ในวันที่ 22 พฤษภาคม

จุดเริ่มต้นของเรื่องจะพบกับ Dohee เด็กผู้หญิงแต่งกายน่ารักที่นั่งเล่นกับคางคกบนถนน แต่แล้วก็ถูกน้ำที่สกปรกสาดรดตัวโดยรถของ Young-nam ที่ขับผ่าน ทำให้คุณตำรวจสาวจึงต้องได้ติดต่อกับเด็กสาววัยรุ่น นั่นถือเป็นความผิดพลาดของเธอในสถานที่ใหม่แห่งนี้ ทุกอย่งเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเหมือนจะมีลางที่ไม่ดีเกิดขึ้น กับประเทศที่ไร้ซึ่งความยุติธรรม คนงานชาวอินเดียถูกไล่ออก เพราะถูกมองว่าเป้นคนขี้เกียจ ส่วนชาวเมืองก็มองว่าเธอไม่มีความสามารถ เกินกว่าลูกลักษณ์ของเธอ เธอถูกคนบางคนตั้งคำถามว่า เธอเป็นเจ้าสาวของใคร และคนบางคนก็บอกว่าเธอดูเซ็กซี่เกินไป

จนมาถึงความคิดเห็นจาก Yong-ha (รับบท โดน Song Sae-byuk) พ่อของ Dohee เขาเป็นคนที่หยาบคายและมีอารมณ์รุนแรงเหมือนๆ กับ Juh-soon (รับบทโดย Kim Jin-gu) ที่เป้นแม่ของเขา เขาไม่รู้สึกถึงความหงุดหงิด กับการที่เขาจะตีลูกสาวของเขา ไม่ว่าที่บ้านหรือในที่สาธารณะ ในขณะที่ Young-nam หยุดเขาเป็นครั้งแรก ด้วยการสู้กับเขา และพาเขาไปที่สถานีตำรวจ เธอได้รับคำเตือนที่อันตรายที่พร้อมจะนำเธอเข้าสู่สงคราม ในขณะที่ผู้ชายในเมืองส่วนใหญ่เลือกที่จะทอดทิ้งเมืองไป Yong-ha ถูกมองว่าเป็นคนที่ทำให้เมืองยังมีงานทำ และทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้อิทธิพลของเขา

ทั้งหมดนี้ดูเหมือนเป็นการปูสำหรับธุรกิจอันน่ารังเกียจ แต่เมื่อดูจากเวลาที่ใช้ในการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างช้า การเผชิญหน้ากันระหว่าง Young-nam และ Yong-ha แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย การต่อสู้กันระหว่างตำรวจและผู้ทำผิดกฎหมายถือเป็นความสนใจเป็นอย่างมาก แทนที่จะเป็น Dohee เคาะประตูของ Young-nam

เมื่อ Young-nam เลือกที่จะพา Dohee เข้ามาในช่วงที่เธอปิดเทอมฤดูร้อน เพื่อให้เธอรอดพ้นจากความโกรธของพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยง ในขณะที่เธอยังมีอายุน้อยและการถูกรุกรานทางร่างกาย ทำให้เธอไม่สามารถทำความปรารถนาของวัยรุ่นอย่างเธอได้ (เธอชอบสวมบีกินี่มากกว่าชุดว่ายน้ำแบบวันพีชสีชมพูลายการ์ตูน) และชีวิตใหม่ (เธอฝึกร้องเพลงและเต้นตามเมื่อเธอเห็นในรายการทีวี) แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับกลายเป้นสิ่งที่น่าสังเวชที่ติดตัวของ Dohee มา จึงทำให้เธอต้องการความสนิทสนมที่มากขึ้นจาก Young-nam (เช่นการอาบน้ำด้วยกัน)

“เด็กมีปัญหา” คำพูดของ Yong-ha ที่ทำให้ Young-nam ตัดสินใจปกป้อง Dohee แต่สิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเธออยู่ในช่วงวัยรุ่น ก็ได้หวนกลับมา เมื่อ Eun-jeong (รับบทโดย Jang Hee-jin) แฟนเก่าของ Young-nam ได้มาที่เมืองนี้เพื่อประชุม ทำให้ Dohee รู้สึกถึงความผิดปกทางจิตใจของ Young-nam ในขณะที่เธอออกนอกเขตที่กำหนดไว้ ทำให้เธอต้องต่อสู้กับ Yong-ha อีกครั้ง เกี่ยวกับข่าวลือที่เกี่ยวกับการกอดของเธอกับ Young-nam

ด้วยความแตกต่าง ทำให้ จูลี่ จัง มีโอกาสไม่มากนักในการสร้างหรือขยายความหมายที่กว้างออกไปของความขัดแย้งเหล่านี้ในสังคมเกาหลี แต่อย่างไรก็ตาม นักเขียน และผู้สร้งก็ยังคงมีการปล่อยให้สิ่งต่างๆ เคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ การแข่งขันมากมาย จุดแตกหักที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่งในขณะที่ปัญหาต่างๆที่ดูละเอียดมากขึ้นและกลายเป็นจุดสูงสุดที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย

Young-nam จะต้องสูญเสียอะไรบ้าง Yong-ha จะได้รับผลของการกระทำที่ไหน Dohee คือตัวประหลาดของเมืองหรือไม่ ทั้งหมดนี้อาจมีบางส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ระหว่างศีลธรรมและลักทธิ จุดสุดยอดของภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก

Cr. hollywoodreporter.com